แถลงการณ์ กรณีปลาหมอคางดำ
จากสถานการณ์การแพร่ระบาด “ปลาหมอคางดำ” ที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ “หลุดรอดเข้าฟาร์มเพาะเลี้ยงกินสัตว์น้ำตัวอ่อนกุ้ง และปลา” สร้างความเสียหายให้เกษตรกรเป็นวงกว้างแล้วอย่างน้อย 16 จังหวัดในขณะนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่กระทบ และทำลายความหลากหลายของระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย และลุกลามลงสู่ทะเล ด้วยลักษณะเฉพาะปลาชนิดนี้สามารถปรับตัว “ทนทุกสภาพแวดล้อม” ทำให้ปลาท้องถิ่นถูกกินเป็นอาหารลดจำนวนลงแล้วปลาหมอคางดำนี้ก็จะเป็นปลาหลักในแหล่งน้ำนั้นแทน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคการประมง
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราอาจเห็นข่าวประกาศจับ ‘ปลาหมอคางดำ’ ปรากฏในหลายพื้นที่ เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นที่คุกคามระบบนิเวศและสัตว์น้ำดั้งเดิมซึ่งมีรูปแบบการดำเนินการที่หลากหลาย เช่น จัดแข่งขันจับปลาหมอคางดำด้วยการลากแหและอวน ระดมพลลงแขก ไปจนถึงการปล่อยปลาผู้ล่าสู่แหล่งน้ำ แต่การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ก็ไม่ง่าย เพราะทั้งความที่ปล่อยปัญหานี้ไว้ยาวนาน มีการแพร่กระจายได้ง่าย
จากสถานการณ์ที่ระบบนิเวศกำลังเผชิญ แนวทางในการแก้ปัญหาตามหลักสากลทั่วโลก คือผู้ก่อปัญหาต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ การจัดการปัญหาปลาหมอคางดำระบาดถ้าหากว่าเลี้ยงแล้วไม่ประสบผลสำเร็จควรจัดการอย่างไร อาจเกิดการละเลยของผู้ที่นำเข้า หรือว่าเกิดความผิดพลาดของผู้ทดลองเลี้ยง จึงเกิดปัญหาขึ้นดังนั้นผู้ที่นำเข้าควรเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในการกำจัดปลาหมอคางดำ เป็นเจ้าภาพในการกำจัดจนกระทั่งเหลือปลาตัวสุดท้าย ต้องมีแผนจัดการในพื้นที่ระบาดหนักและหาทางควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดในอนาคตอีก และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วย
กรณีนี้ ทั้งบริษัทผู้นำเข้า และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ต่างต้องร่วมกับผิดชอบในความผิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเพื่อรับผิดชอบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ความหละหลวมไม่มีมาตรการควบคุมที่ดี ปล่อยให้มีการนำเข้าจนมาสู่การระบาดของปลาหมอคางดำ การคุกคามปลาพื้นถิ่นปลาต่างถิ่นที่เข้าไปกัดกินสัตว์น้ำพื้นถิ่นและกุ้งหอยปูปลาในบ่อเลี้ยง สร้างความ
เดือดร้อนให้เกษตรกร รวมถึงระบบนิเวศเสียหายเป็นวงกว้าง เอกชนผู้นำเข้า และภาครัฐจึงมีหน้าที่ต้องแก้ไขผลกระทบจากปลาหมอคางดำระบาดต้องมีการเร่งรัดให้แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและ ดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและบริษัทเอกชนที่นำพันธุ์ปลาเข้ามาในประเทศให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ สภาทนายความได้จัดตั้งคณะทำงานลงตรวจพื้นที่และข้อเท็จจริง หาคนมารับผิดชอบกรณีต้นเหตุการนำเข้าปลาหมอคางดำและการทำลายปลาหมอคางดำว่าเหตุใด จึงมีการแพร่กระจายพันธุ์ได้ จากนั้นจะฟ้องร้องทั้งคดีปกครอง คดีแพ่ง เพื่อให้เอกชนและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องรับผิดและเยียวยาความเสียหาที่เกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ระบบนิเวศน์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น