วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 10.00 น. นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน"เทิด ด้วย ทำ ประจำปี 2569" เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 ของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ร่วมสรุปแนวทางการทำงานและการพัฒนาร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคเอกชน และภาครัฐ ในการขยายผลสำเร็จการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ บนที่ดินพระราชทาน พร้อมเยี่ยมชมตัวอย่างความสำเร็จชุมชนบ้านศาลาดิน ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อถ่ายทอดความสำเร็จจากการมีส่วนร่วมของชุมชนและการสนับสนุนจากภาคเอกชน ท้องถิ่น รวมทั้งภาครัฐ จนเกิดระบบการทำงานร่วมกันในการจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรดินน้ำ ป่าและพลังงาน มาเป็นหลักคิดและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยใช้กรอบคิด กรอบงาน และหลักการทรงงาน เป็นเครื่องมือเพื่อถ่ายทอดความรู้ สร้างความเข้าใจด้านการบริหารจัดการน้ำชุมชน ผลจากการร่วมคิดร่วมทำร่วมกันบริหารอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดตัวอย่างความสำเร็จและสามารถขยายผลความสำเร็จสู่ชุมชนอื่นได้กว่า 1,800 หมู่บ้าน โดยชุมชนบ้านศาลาดินเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ฯ ที่ถ่ายทอดความสำเร็จในการทำงานร่วมระหว่างชุมชน ภาคเอกชน และภาครัฐ
ชุมชนบ้านศาลาดิน ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เกิดขึ้นพร้อมกับตำบลมหาสวัสดิ์ เมื่อครั้งรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แต่เดิมมีอาชีพทำนาและทำได้เพียงปีละครั้ง ทำให้เกษตรกรยากจน เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์จำนวน 1,009 ไร่ ให้แก่เกษตรกรในชุมชน เมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยมีสำนักงานปฏิรูปที่ดินเป็นผู้ดูแลและจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรแปลงละ 20 ไร่ นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานแนวคิดการทำการเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรด้วย ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้ต่างดูแลรักษาที่ดินพระราชทานไว้ทำการเกษตรจวบจนปัจจุบัน
ผลของการสืบสานแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ชุมชนมีน้ำทำเกษตรตลอดปี คลองมหาสวัสดิ์กลับมาสวยงาม ทำให้เกิด “ตลาดน้ำคลองมหาสวัสดิ์ บ้านศาลาดิน” ที่เป็นตลาดของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งเกษตรในชุมชนนำผลผลิตของตนมาจำหน่ายตรงให้กับลูกค้า นอกจากนี้ เมื่อทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ชุมชนได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่มาเยี่ยมชมวิถีเกษตรของชุมชน สร้างอาชีพ รายได้ และเศรษฐกิจชุมชนเพิ่มขึ้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น