ส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“ปั้นปันสุข”เฟส 2 ส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยเทคนิคดินเผาบ้านด่านเกวียน"

วันนี้(4มี.ค.2569)ที่โรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

ศาสตราจารย์ ดร. สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและหัวหน้าโครงการวิจัยฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสุนีย์ จับโจร ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจภัค จงหมื่นไวย ผู้ร่วมวิจัย
ได้จัดโครงการนวัตกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต”ปั้นปันสุข”(เฟส2)ขึ้นที่โรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา 
ได้รับเกียรติจากนายอดุลย์ นาคสุวรรณ์ นายอำเภอห้วยแถลง เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการอบรม และมอบเกียรติบัตรให้กับคณะผู้เข้าอบรมฯพร้อมด้วยนายสุพจน์ โพธิ์บุดดี  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหลุ่งประดู่และคณะกรรมการบริหารตำบลหลุ่งประดู่ให้การสนับสนุน ต้อนรับคณะผู้เข้ารับการอบรมกันอย่างอบอุ่นอุ่นและพร้อมเพียง
นอกจากนี้ยังมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านดินเผา อาจารย์เดช นานกลาง ศิลปินมรดกอีสาน เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม ทั้งในส่วนของการขึ้นรูป ผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติ เนื้อดินปั้น จนถึงกระบวนการความคิดทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้รวมถึงเทคนิควิธีการสร้างสรรค์ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของเทคนิคการเขียนสีใต้เคลือบผลิตภัณ์ รวมทั้งการเผาเนื้อดินปั้นไล่อุณภูมิตั้งแต่การเผาไฟต่ำไปจนถึงการเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า1,200 องศา
ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุซึ่งดำเนินการภายใต้ทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental fund:FF)ประจำปีงบประมาณ พศ 2569 จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต”ปั้นปันสุข”ที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในตำบลหลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา เป็นการมุ่งเน้นการส่งเสริม“พฤฒพลัง”ทั้ง 3 ด้านให้กับผู้สูงอายุที่เข้ารับการอบรมจำนวนทั้งสิ้น40 คน

โครงการปั้นปันสุขจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดกระบวนการ การเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงให้แก่พี่น้องประชาชน ตำบลหลุ่งประดู่ ให้สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นฯต่อไปได้ในอนาคต โดยใช้วัสดุรักษ์โลกคือดินเหนียวนำมาสร้างสรรค์ส่งเสริมต่อยอดสู่”Art Toy”ที่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตำบลหลุ่งประดู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

การอบรมในวันนี้ เป็น การต่อยอดจากครั้งที่แล้วโดยใช้เนื้อดินปั้นสูตรผสมพิเศษ มีความแกร่ง น้ำซึมผ่าน เผากลางแจ้งผลิตภัณฑ์จะไม่แตกชำรุดเสียหาย นำมาให้ผู้เข้าอบรมได้ทดลองใช้เป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้

ไฮไลท์สำคัญจึงอยู่ที่การฝึกหัดตั้งแต่การเรียนรู้ในเรื่องของคุณสมบัติของเนื้อดินปั้น สีใต้เคลือบเทคนิคการระบายสี รวมทั้งเทคนิคการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนและอื่นฯ
สร้างความสุขและความสนุกให้กับคณะผู้เข้าอบรมเป็นอย่างมาก คณะผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ”ปั้นปันสุข”จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพิ่ม”พฤฒพลัง”และสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงให้แก่ผู้สูงอายุ และจะสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป ในอนาคตอันใกล้"ได้อย่างแน่นอน"

ความคิดเห็น