ล็อตใหญ่!!ชุดยาเสพติด

ชุดยาเสพติด กก.ดส. รวบ 2 นักบินแก๊งยาปากน้ำ ลักลอบลำเลียงยาไอซ์จากภาคอีสาน นำเข้ามาซุกซ่อนในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย พร้อมของกลางยาไอซ์ 300 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 33 ล้านบาท”
ตามนโยบายการบริหารราชการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปราม ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและเป็นปัญหาที่สำคัญของชาติต้องแก้ไขอย่างจริงจังเร่งด่วน จึงมอบนโยบายให้
กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น.,             พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.
กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.,               พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล, พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์, พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส. สั่งการให้ พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหา  
1. นายรัตชานนท์ หรือนนฯ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 
2. นายวิพัฒน์ หรือตูนฯ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาที่ 2
พร้อมด้วยของกลาง
1. ยาไอซ์ จำนวนประมาณ 300 กิโลกรัม
2. รถยนต์ ยี่ห้อ ISUZU สีเขียว 1 คัน
3. รถยนต์ ยี่ห้อ MG สีดำ 1 คัน
4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
มูลค่ารวมประมาณ 33,000,000 บาท
โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน
“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ ทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
วันเวลาเกิดเหตุ ตรวจค้น/จับกุม
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น.
สถานที่เกิดเหตุ ตรวจค้น/จับกุม
บริเวณริมถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมพฤติการณ์แห่งการจับกุมสืบเนื่องจากช่วงต้นปี พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งจากการสืบสวนต่อมาพบว่า ยังมีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่สมุทรปราการรายอื่นอยู่อีก โดยจะทำหน้าที่เป็น “นักบิน” ใช้รถยนต์ MG สีดำ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากทางภาคอีสาน เพื่อนำมาพักไว้ในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย ก่อนลักลอบจำหน่ายให้ลูกค้าทั่วไปอันเป็นการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตระหนักว่า หากยาเสพติดจำนวนมากหลุดรอดการจับกุมไปได้ จะนำมาซึ่งความเสียหายของประเทศชาติและความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาและทำการสืบสวนต่อไป 
กระทั่งสืบทราบว่า วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายดังกล่าว จะใช้รถยนต์ MG สีดำ                  ขึ้นไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อนำมาเก็บุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้นใน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้เครื่องมือในการสืบสวนจนทราบว่า รถยนต์ MG สีดำ คันดังกล่าว กำลังขึ้นไปสู่พื้นที่ภาคอีสานจริง โดยมีรถยนต์ ISUZU สีเขียว อีกคันหนึ่ง เป็นรถยนต์ในเครือข่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปเพื่อตรวจค้นจับกุม 
จนกระทั่งวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ รถยนต์ทั้งสองคัน ขับตามกันมาในลักษณะเป็นรถนำลำเลียง         ยาเสพติด รถตามบรรทุกยาเสพติด บริเวณถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 จังหวัดนครราชสีมา ที่เกิดเหตุ                 และจากการสังเกตการณ์ พบว่า รถยนต์ ISUZU สีเขียว บรรทุกสิ่งของมีน้ำหนักมากอยู่ภายในรถฯ เชื่อว่า                    บรรทุกยาเสพติดอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ พบว่า รถยนต์ ISUZU สีเขียว                    มีพฤติกรรมขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้ยุทธวิธีในการตรวจค้น กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมกับยาเสพติดของกลาง
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับว่า พวกตนทำงานเป็น “นักบิน” ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดลงมายังกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามคำสั่งของเจ้าของยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างจากเจ้าของยาเสพติดเป็นเงินสด จำนวน 250,000 บาท
จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
ส่วนผู้ร่วมการกระทำความผิดและเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหาทั้งสองราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม            ได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน              เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

ที่มา : กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล



ความคิดเห็น